เครื่องจักรกลระบบอัตโนมัติ

เครื่องอบกระเทียมดำประหยัดพลังงานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน(RID64)

ศ, 09/04/2021 - 10:47 — bunsita
รายละเอียด: 

        จากการศึกษาข้อมูลการเพาะปลูกกระเทียมในพื้นที่จังหวัดลำปาง กระเทียม พื้นที่เพาะปลูก จำนวน 5,497 ไร่  ส่วนใหญ่อยู่ใน อำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอวังเหนือ ผลผลิต จำนวน 7,933 ตัน ผลผลิตต่อไร่ จำนวน  954 กก. เกษตรกรส่วนใหญ่จะเพาะปลูกหลังเก็บเกี่ยวข้าว  โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี (ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2563)  ราคากระเทียมจีนเบอร์ใหญ่ 40-46 บาท/กิโลกรัม , กระเทียมไทยเบอร์ใหญ่ 55-58 บาท/กิโลกรัม , กระเทียมโทน  90-100 บาท/กิโลกรัม  

     จากการศึกษาตลาดในปัจจุบันพบว่ากระเทียมจากประเทศจีนมาตีตลาดขายในไทยเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นกระเทียมขนาดใหญ่เปลือกแกะง่ายและราคาถูกกว่ากระเทียมไทย ทำให้กระเทียมไทยก็เริ่มหมดความสำคัญจากท้องตลาดไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคากระเทียมไทยตกต่ำลง ในขณะนั้นเกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อนและลำบาก  จากปัญหาดังกล่าวจึงได้มีกลุ่มบริษัท และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้มีการแปรรูปกระเทียมไทย ให้เป็นกระเทียมดำ (Black Garlic) เพื่อเป็นอาหารสุขภาพ ที่เปลี่ยนจากกระเทียมสดให้กลายเป็นกระเทียมดำ เพื่อให้ทานง่ายและ เพิ่มคุณมากยิ่งขึ้นซี่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดคลอเรสเตอรอล และป้องกันมะเร็ง บำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิด ปกติของระบบประสาท ซึ่งสรรพคุณของกระเทียมดำนั้นดีกว่ากระเทียมสด ถึง 13 เท่า  ตลอดจนถึงการแปรรูปเป็นกระเทียมดำจะช่วยยกระดับราคากระเทียม ซึ่งเป็นสินค้าการเกษตรให้สูงขึ้น 6-8 เท่า ส่งผลทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายสินค้าการเกษตร สามารถมีรายได้ที่ดีขึ้น

      จากการศึกษาขั้นตอนการทำกระเทียมดำของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักและวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารจากสัตว์ แคบหมู แหนม หมู่ 8 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่าการแปรรูปกระเทียมดำยังใช้หม้อหุงข้าว โดยใช้อบกระเทียมได้ครั้งละ 2-3 กิโลกรัม เสียค่าไฟฟ้าครั้งละประมาณ 70-80 บาท สามารถผลิตกระเทียมดำ 3-5 กิโลกรัม/เดือน โดยจัดจำหน่ายภายในจังหวัดลำปางและส่งร้านค้าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งปริมาณการผลิตได้เป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการของร้านค้าและผู้บริโภค  ดังนั้นหากต้องการผลิตกระเทียมดำปริมาณที่มากจะต้องซื้อหม้อหุงข้าวหลายใบ ใช้พื้นที่มากขึ้น มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากต้องทำการพลิกกลับกระเทียมหลายครั้ง ต้องซื้ออุปกรณ์อื่นๆเพิ่มขึ้น เช่น ปลั๊กไฟฟ้า สายพ่วงฯ มีค่าไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้มีค่าต้นทุนมากขึ้น หากจะซื้อเครื่องอบกระเทียมขนาดใหญ่ที่ผลิตได้ 30 กิโลกรัมขึ้นไปก็มีราคาแพง ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ การบริการด้านการซ่อมบำรุงก็จะลำบาก อีกทั้งวิสาหกิจชุมชนไม่มีงบประมาณเพียงพอ  จากปัญหาดังกล่าวจึงมีแนวคิดในการสร้างเครื่องอบกระเทียมดำประหยัดพลังงานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ที่เกษตรกรใช้งานได้ง่ายเบ็ดเสร็จเพียงกดสวิตซ์ สามารถผลิตกระเทียมดำได้ครั้งละ 30-45 กิโลกรัม กำลังผลิต 70-90 กิโลกรัม/เดือน ประหยัดพลังงานโดยเสียค่าไฟฟ้าครั้งละ 150-200 บาท มีระบบควบคุมเครื่องฯที่มีประสิทธิภาพ สามารถแสดงข้อมูลต่างๆเป็นตัวเลขได้ มีความปลอดภัยในการใช้งาน วิสาหกิจชุมชนสามารถประยุกต์ใช้งานเครื่องอบกระเทียมดำฯได้กับการแปรรูปอาหารอื่นๆได้ สร้างรายได้ประมาณ 30,000-50,000 บาท/เดือน สามารถยกระดับเศรฐกิจในครัวเรือน เศรษฐกิจในชุมชนได้อีกด้วย

 

งบปี พ.ศ.: 
2564
ภาพประกอบ: 
เครื่องอบกระเทียมดำประหยัดพลังงานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน(RID64)
    แคตตาล็อกเทคโนโลยี
    ระดับ: 
    ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
    กลุ่มเป้าหมาย: 
    วิสาหกิจชุมชน
    ภาพหน้าปก: 

    โครงการพัฒนาสร้างระบบสร้างน้ำโอโซนเข้มข้นเพื่อกำจัดเชื้อโรคในอุตสาหกรรมการผลิตผักและผลไม้ออร์กานิค(VCE64)

    ศ, 02/04/2021 - 11:49 — bunsita
    รายละเอียด: 

    ปัจจุบัน เรามีการรณรงค์ให้ปลูกผักปลอดสารพิษโดยไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืช แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยังคงมีเกษตรกรส่วนใหญ่ยังใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ถึงเกษตรกรจะเลิกปลูกผัก เลิกใช้ยาปราบศัตรูพืช แล้วก็ตาม แต่สารเคมีที่ติดค้างอยู่ในดินเดิมจะถูกพืชที่ปลูกใหม่ ดูดมาเป็นสารอาหาร และตกค้างอยู่ในผักที่เราเข้าใจว่าไม่มีสารเคมีนั่นเอง และยังคงมีเชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรีย ฯลฯ โดยในอุตสาหกรรมปัจจุบันได้มีการทำความสะอาดผัก โดยใช้เครื่องล้างผักโอโซนทั่วไปที่มีระบบล้างและมีเครื่องผลิตโอโซนลงในน้ำเข้าสู่เครื่องล้างผัก แต่เนื่องจากการผสมโอโซนลงในน้ำโดยไม่มีการทำละลายโอโซนลงน้ำ ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานในการผลิตโอโซนและอาจได้ปริมาณโอโซนที่มีความเข้มข้นมากหรือน้อยเกินไป ผู้พัฒนาได้ทำการพัฒนาระบบล้างผักแบบสายพานลำเลียง ด้วยน้ำ Ozone ที่ควบคุมความเข้มข้นของ Ozone แบบอัตโนมัติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำละลาย โอโซน ในน้ำให้ได้ความเข้มข้นสูงและเพียงพอในการทำงานไม่ตกค้างให้เกิดอันตรายโดยมีระบบควบคุมแบบอัตโนมัติทำให้ทราบประสิทธิภาพการการควบคุมการเกิด เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรีย ฯลฯ ได้

     

     

    งบปี พ.ศ.: 
    2564
    ภาพประกอบ: 
    Ozone System Schematic
      แคตตาล็อกเทคโนโลยี
      ระดับ: 
      ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
      กลุ่มเป้าหมาย: 
      ภาคอุตสาหกรรม
      ภาพหน้าปก: 

      หุ่นยนต์คานเลื่อน

      จ, 22/03/2021 - 13:33 — admin5
      รายละเอียด: 

      ติดตั้งหุ่นยนต์แบบแขวน เคลื่อนที่ซ้าย-ขวา ตามรางได้ 4 เมตร หน้า-หลังตามรางได้ 25 เมตร สามารถเพิ่มพื้นที่การทำงานของหุ่นยนต์เดิมมากกว่า 10 เท่า ทำงานได้ 3 อุปกรณ์ คือ เชื่อมโลหะ ตัดเหล็กกด้วยไฟฟ้า พลาสม่า ตัดเหล็กด้วยแก๊ส

       

      งบปี พ.ศ.: 
      2563
      แคตตาล็อกเทคโนโลยี
      ระดับ: 
      ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
      กลุ่มเป้าหมาย: 
      ภาคอุตสาหกรรม
      ภาพหน้าปก: 

      เครื่องเป่าบรรจุภัณฑ์พลาสติกความเร็วสูง พร้อมชุดติดฉลากสินค้าในแม่พิมพ์ 2 ด้าน และชุดทดสอบการรั่วของขวด

      จ, 22/03/2021 - 13:30 — admin5
      รายละเอียด: 

      สามารถเป่าพลาสติกแบบกลวงที่มีขนาด 5 มิลลิเมตร – 100 ลิตร รองรับการใช้งานกับเม็ดพลาสติกหลากหลาย สามารถส่งออกไปยัง 70 ประเทศทั่วโลก สามารถติดฉลากในแม่พิมพ์ ทำให้สามารถรีไซเคิลได้โดยที่ไม่ต้องแยกฉลาก

       

      งบปี พ.ศ.: 
      2563
      แคตตาล็อกเทคโนโลยี
      ระดับ: 
      ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
      กลุ่มเป้าหมาย: 
      ภาคอุตสาหกรรม
      ภาพหน้าปก: 

      ระบบหุ่นยนต์ ตัด เจียร เชื่อม อัตโนมัติด้วยภาพสามมิติและระบบควบคุมแรง

      จ, 22/03/2021 - 13:28 — admin5
      รายละเอียด: 

      ระบบหุ่นยนต์ซ่อมถังแก๊สอัตโนมัติ ถังแก๊สที่ผ่านการใช้งานระยะเวลาหนึ่งจะมีการผุที่หูและขาถัง มีระบบ Visionตรวจสอบเพื่อควบคุมแรงและตำแหน่งการตัด มีระบบเจียรผิวให้เรียบก่อนทำการหารอยการเชื่อมแบบอัตโนมัติ

       

      งบปี พ.ศ.: 
      2563
      แคตตาล็อกเทคโนโลยี
      ระดับ: 
      ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
      กลุ่มเป้าหมาย: 
      ภาคอุตสาหกรรม
      ภาพหน้าปก: 

      ระบบหุ่นยนต์มือจับชิ้นงานอัจฉริยะแบบอ่อนนุ่มสำหรับแล็บทางการแพทย์ AUS 63

      จ, 22/03/2021 - 09:56 — admin5
      รายละเอียด: 

      จากสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของไวรัส COVID-19 ที่ทั่วทั้งโลกต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้านทั้งการสาธารณสุขการถดถอยทางเศรษฐกิจ รวมถึงวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนที่ต้องปรับเปลี่ยนไปให้รับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ในรอบ 100 ปี ของโลก ประเทศไทยจึงยังต้องปรับตัวโดย การสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เชื่อมไทยสู่ประชาคมโลก ควบคู่กับการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีหลักคือ พอประมาณ มีเหตุผล และ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคงหนีไม่พ้นด้านการแพทย์และสาธารณะสุข และเนื่องจากในปัจจุบันการนำแขนกลหุ่นยนต์มาใช้เพื่อยกระดับระบบออโตเมชั่นในงานต่างๆได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และยังสามารถนำมาใช้ไม่เพียงในงานอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้นแต่ในงานบริการและงานด้านการวิจัยทางการแพทย์ได้ด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของการใช้ระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์คือความแม่นยำและความคงที่ของการปฏิบัติงาน ช่วยให้งานที่ได้รับมีคุณภาพสูงขึ้นและลดความผิดพลาดของการปฏิบัติงาน และสามารถลดการทำงานที่ซ้ำๆของมนุษย์ลงและไปทำงานชนิดอื่นที่สร้างมูลค่าได้มากกว่า ลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายโรคและการหยุดชะงักของการปฏิบัติงานเนื่องจากขาดคนปฏิบัติงานในสภาวะที่มีโรคระบาดอีกด้วย ในประเทศไทยงานหยิบจับสิ่งของหรือชิ้นส่วนต่างๆตามห้องทดลองทางการแพทย์ ห้องจัดเก็บสารเคมีนั้นปัจจุบันยังใช้มนุษย์เป็นผู้หยิบจับเนื่องจากอุปกรณ์หยิบจับที่มีในท้องตลาดยังขาดความยืดหยุ่น กล่าวคือ ชิ้นงานต่างๆจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในการหยิบจับเฉพาะชิ้นซึ่งไม่สามารถใช้ร่วมกันได้โดยง่าย ทำให้ยากต่อการเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ มีข้อจำกัดที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือไปมาหรือยังต้องใช้มนุษย์เข้ามาร่วมทำงาน จึงเป็นที่มาความต้องการสร้างระบบหุ่นยนต์มือจับชิ้นงานอัจฉริยะแบบอ่อนนุ่มสำหรับแล็บทางการแพทย์ (IGR) มาใช้เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยระบบสามารถหยิบจับชิ้นงานได้หลายลักษณะและรูปทรง อีกทั้งวัสดุอ่อนนุ่มยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนหรือขูดระหว่างชิ้นงานและอุปกรณ์หยิบจับ   ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมรูปทรงของการบีบและแรงในการบีบได้เป็นผู้หยิบจับเนื่องจากอุปกรณ์หยิบจับที่มีในท้องตลาดยังขาดความยืดหยุ่น กล่าวคือ ชิ้นงานต่างๆจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ในการหยิบจับเฉพาะชิ้นซึ่งไม่สามารถใช้ร่วมกันได้โดยง่าย ทำให้ยากต่อการเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ มีข้อจำกัดที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือไปมาหรือยังต้องใช้มนุษย์เข้ามาร่วมทำงาน จึงเป็นที่มาความต้องการสร้างระบบหุ่นยนต์มือจับชิ้นงานอัจฉริยะแบบอ่อนนุ่มสำหรับแล็บทางการแพทย์ (IGR) มาใช้เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยระบบสามารถหยิบจับชิ้นงานได้หลายลักษณะและรูปทรง อีกทั้งวัสดุอ่อนนุ่มยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนหรือขูดระหว่างชิ้นงานและอุปกรณ์หยิบจับ   ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมรูปทรงของการบีบและแรงในการบีบได้ 

       

      งบปี พ.ศ.: 
      2563
        แคตตาล็อกเทคโนโลยี
        ระดับ: 
        ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
        กลุ่มเป้าหมาย: 
        ภาคอุตสาหกรรม
        ภาพหน้าปก: 

        เครื่องจักรกลซีเอ็นซีขนาดเล็กสำหรับ SMEs ขนาดย่อม AUS 63

        จ, 22/03/2021 - 09:46 — admin5
        รายละเอียด: 

        ปัจจุบันผู้ผลิตเครื่องจักรกลซีเอ็นซีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้พัฒนาศักยภาพด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ราคาในท้องตลาดสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับ Hi-End ซึ่งด้วยราคาเครื่องจักรที่สูงมากจึงมีผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs ขนาดกลางและขนาดย่อม

        ปัจจุบันผลกระทบด้านเศรษฐกิจ มีผลทำให้ผู้ประกอบการด้านผลิตชิ้นส่วนต่างๆ หรืออุตสาหกรรมแม่พิมพ์ขนาดกลางและขนาดย่อมปิดตัวลงเพราะทนต่อรายจ่ายแต่ละเดือนไม่ไหว อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระเครื่องจักรที่ยังต้องผ่อนชำระเป็นงวดๆ ด้วยเหตุผลที่ว่านี้ ทางผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและขนาดย่อม จึงเล็งเห็นเครื่องจักรกลซีเอ็นซีขนาดเล็กที่จะนำมาใช้ในงานผลิต เพื่อพยุงกิจการของตัวเอง เพราะถ้าเปรียบเทียบเครื่องจักรกลซีเอ็นซีอุตสาหกรรมกับเครื่องจักรกลซีเอ็นซีขนาดเล็กก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่ถ้ามองในเรื่องของต้นทุนหรือราคาเครื่องจักร ซึ่งเครื่องจักรกลซีเอ็นซีขนาดเล็กราคาถูกมาก ด้วยราคาถูกแบบนี้ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถจับต้องได้

        ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์ของกลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องจักรกลซีเอ็นซี มีความต้องการที่จะใช้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีขนาดเล็ก

         

        งบปี พ.ศ.: 
        2563
          แคตตาล็อกเทคโนโลยี
          ระดับ: 
          ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
          กลุ่มเป้าหมาย: 
          ภาคอุตสาหกรรม
          ราคาเครื่องจักร: 
          520000
          ภาพหน้าปก: 

          เครื่องขึ้นรูปชิ้นงานสามมิติด้วยเม็ดพลาสติกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม AUS 63

          จ, 22/03/2021 - 09:37 — admin5
          รายละเอียด: 

          จากการที่รัฐบาลได้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการขยายตัวทาง เศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น การลงทุนขยายตัวมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์  อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมเครื่องจักร สำนักงาน และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างสูง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมจะส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศ แต่การที่อุตสาหกรรมสนับสนุน ภายในประเทศยังไม่เข้มแข็งเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโดยรวมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องจักรอัตโนมัติ ยังขาดเครื่องจักรที่สามารถทำการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ประเทศไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพา การนำเข้าเครื่องจักรกลและอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก

          ดังนั้น การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพให้ออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรกลหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีขึ้นภายในประเทศ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและลดการ พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้น้อยลงได้ โดยกำหนดเครื่องจักรกลหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการออกแบบและพัฒนาขึ้น อย่างเป็นระบบที่จะนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ที่มีตลาดรองรับและยังสามารถนำพลาสติกที่ใช้แล้วมาทำขึ้นรูปเป็นชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

          งบปี พ.ศ.: 
          2563
            แคตตาล็อกเทคโนโลยี
            ระดับ: 
            ต้นแบบเชิงพาณิชย์ / อุตสาหกรรม
            กลุ่มเป้าหมาย: 
            ภาคอุตสาหกรรม
            ราคาเครื่องจักร: 
            925000
            ภาพหน้าปก: 

            พัฒนาระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ AUS 63

            ศ, 19/03/2021 - 11:07 — admin5
            รายละเอียด: 

            เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เครื่องจักรหรือระบบที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยย่อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งในด้านการช่วยเพิ่มผลผลิตในกระบวนการผลิตสินค้า ช่วยดูแลในเรื่องคุณภาพชีวิต ไปจนถึงการสร้างความสะดวกสบายต่างๆหนึ่งในเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีผลลัพธ์ที่น่าสนใจ คือ หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robot)

            หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ มีความสามารถในการเคลื่อนที่สู่จุดหมายได้อย่างแม่นยำ สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ มีสมรรถนะในการบรรทุกของหนัก จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานในกระบวนการผลิต เพื่อทำการขนถ่ายวัสดุไปยังสถานีการผลิตต่างๆ  หรือนำไปทำการจัดเก็บในคลังจัดเก็บสินค้า

              สำหรับการใช้งานหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สำคัญของการใช้งานระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ  คือ แต่ละพื้นที่ แต่ละความต้องการของผู้ใช้งาน มีความต้องการไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบให้เข้ากันได้ และเหมาะสมกับพื้นที่ สภาพแวดล้อม ความต้องการของผู้ใช้งานนั้นๆ ซึ่ง หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติที่ใช้งานในประเทศส่วนใหญ่นั้นนำเข้าจากต่างประเทศ และไม่สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ไขปัญหาตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ นอกจากนี้ หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติที่นำเข้าหุ่นยนต์จากต่างประเทศยังมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น บริษัท ทรอปปิคอลเทค จำกัด จึงมีแนวความคิดและนโยบายที่จะต้องพัฒนาหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ เพื่อแก้ปัญหาการใช้งานและปัญหาด้านราคาต่อไป

            บริษัท ทรอปปิคอลเทค จำกัด เป็นองค์กรที่มีบุคลากรที่มีความมุ่งมั่น มากกว่า 50 คน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความเชี่ยวชาญงานระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมอัตโนมัติรวมถึงมีศักยภาพพัฒนางานตั้งแต่ | ศึกษาความต้องการ | ออกแบบ | พัฒนา | ให้คำปรึกษา | บริหารโครงการ | ติดตั้ง และ ทดสอบ | แก้ไขปัญหา ในระบบที่ง่ายจนถึงมีความซับซ้อนที่หลากหลาย มีแนวคิดมุ่งเน้นการใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญหลักด้านงานระบบไฟฟ้า ควบคุมอัตโนมัติ สำหรับงานโครงสร้างพื้นฐานวิกฤต (Critical Infrastructure) สาธารณูปโภค งานโรงงาน สถานประกอบการ และงานอุตสาหกรรม สำหรับอนาคต (Industrial 4.0) เพื่อสอดรับกับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมการถ่ายทอดทางเทคนิค และเทคโนโลยี ด้านระบบไฟฟ้าควบคุมอัตโนมัติชั้นสูง จากงานโครงการขนาดใหญ่มาก (Mega Project) ในต่างประเทศมาสู่โครงการต่างๆ ในประเทศไทยและพื้นที่ใกล้เคียง

            งบปี พ.ศ.: 
            2563
              แคตตาล็อกเทคโนโลยี
              ระดับ: 
              จำหน่ายเชิงพาณิชย์
              กลุ่มเป้าหมาย: 
              ภาคอุตสาหกรรม
              ราคาเครื่องจักร: 
              900000
              ภาพหน้าปก: 

              หุ่นยนต์สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สำหรับพื้นที่ควบคุมพิเศษภายในโรงพยาบาล “STACK” AUS 63

              ศ, 19/03/2021 - 10:59 — admin5
              รายละเอียด: 

              สืบเนื่องจากปัจจุบัน วิกฤติการ โรคติดต่อ COVID-19 เป็น ภัยคุกคามที่แพร่กระจ่ายได้อย่างรวดเร็ว และกระจายตัวเป็นวงกว้างในทั่วโลก ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไปแล้ว กว่า ล้าน คน และ เสียชิวิตลง จากการติดเชื้อดังกล่าว ไปแล้ว หลักแสนคน   ในทั่วโลก แต่ละประเทศ หน่วยงาน หรือ บุคลากร กลุ่มแรกที่เข้าช่วยเหลือ ยับยั้ง และรักษา ผู้ติดเชื้อ นั้น คือกลุ่มบุคลากร ด้านการแพทย์ ที่มีส่วนร่วม ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรอง  เจ้าหน้าที่นำส่ง  แพทย์ผู้ให้การรักษา และหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ภายใน สถานพยาบาลทุกคน

              ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบุคลากร ด้านการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำหน้าที่เป็นแนวหน้า ในการต่อสู้กับโลกระบาดในครั้งนี้ ถือว่า เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญ ต่อสถานการณ์ โรคระบาด ในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง มีผลต่อการ เพิ่มหรือลดลง ของผู้ป่วยในแต่ละวัน และ ยังเป็นกลุ่มคน ที่มีความเสี่ยง สูงที่สุดอีกด้วย หาก บุคลากรเหล่านี้ เกิดพลาด พลั้ง ติดเชื้อขึ้นมา แม้เพียง 1 คน ก็ตาม จะส่งผลให้บุคคล รอบข้างที่ใกล้ชิด ต้องอยู่ใน ข่าย ผู้ต้องสงสัย ที่จะติดเชื้อไปด้วยทันที  ด้วยมาตรการควบคุมโรค ระบาด จำเป็นอย่างมาก ที่ต้องกัก ตัวบุคลากร ใกล้ชิดผู้ป่วยเพื่อเฝ้าดู อาการใน 14 วัน ทำให้สัดส่วนผู้ติดเชื้อ ต่อ บุคลากร ทางการแพทย์ มีอัตราส่วน ที่ห่าง กันยิ่งขึ้น

              ฉนั้นผู้เสนอโครงการจึงเห็นว่า หาก มีอุปกรณ์ ที่สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิด กับบุคลากรทางการแพทย์ได้ ก็สามารถจะเพิ่ม โอกาสในการรักษา และต่อสู้กับโรคระบาดในปัจจุบันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคน ด้วยการลดกิจกรรมที่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อ เช่น การพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อซักถาม อาการป่วย  การนำส่งยา การนำส่งสิ่งของ หรือปัจจัยพื้นฐาน ให้แก่ผู้ป่วย ร่วมถึงการ ฆ่าเชื้อในห้องกักกัน หากกิจกรรมพื้นฐาน เหล่านี้ถูกทดแทนได้ด้วยหุ่นยนต์ เราจะสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับบุคลากรทางการแพทย์ได้

              ผู้เสนอโครงการจึงเสนอ หุ่นยนต์สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์สำหรับพื้นที่ควบคุมพิเศษภายในโรงพยาบาล “STACK”เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในการปฏิบัติหน้าที่

               

              งบปี พ.ศ.: 
              2563
                แคตตาล็อกเทคโนโลยี
                ระดับ: 
                จำหน่ายเชิงพาณิชย์
                กลุ่มเป้าหมาย: 
                ภาคอุตสาหกรรม
                ราคาเครื่องจักร: 
                650000
                ภาพหน้าปก: 
                เนื้อหาแหล่งข่าว